วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิตามิน Anti-Aging บำรุงผิวเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น ต่อผมยาวเงางามไม่หลุดร่วง เสริมเล็บแข็งแรงไม่เปราะหักเงางามสมใจ


วันและเวลาไม่เคยคอยใคร เช่นเดียวกับอายุและความเสื่อม ผู้หญิงที่รักสวยรักงามอย่างเราย่อมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้เมื่อเข้าสู่วัย 30 จนถึงช่วงก่อนวัยทอง โดยเฉพาะเรื่องของผิว ผมและเล็บที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่แข็งแรงอย่างที่เคย เช่น ผิวหม่นหมองไม่สดใส เกิดสิวอักเสบ แผลที่ผิวหนังหายยาก ผมขาดหลุดร่วงง่าย เล็บแห้ง ผุหรือฉีกขาดบ่อย ตลอดจนความหนาแน่นของมวลกระดูกภายในร่างกายที่ลดลงด้วยเช่นกัน

แม้สภาวะเหล่านี้จะเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติ (Aging) ที่มีสาเหตุหลักมาจากภาวะฮอร์โมนบกพร่อง แต่เราก็สามารถชะลอและป้องกันไม่ให้เสื่อมมากกว่านี้ด้วยการกินอาหารและหลีกเลี่ยงมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยเฉพาะการบำรุงผิว ผมและเล็บให้สุขภาพดีง่ายๆ จากภายในด้วยสารอาหารจำเป็นเหล่านี้

            โปรตีน  เพราะเส้นผมมีส่วนประกอบหลักคือ โปรตีนเข้มข้นที่เรียกว่า “เคราติน” ไขมัน น้ำ และเมลานิน เส้นผมแบ่งออกเป็น 3 ชั้นคือ ชั้นใน ชั้นกลางและชั้นนอก ซึ่งเคราตินมีมากในผมชั้นกลางที่ทำให้ผมแข็งแรง ดังนั้นการรับประทานเนื้อสัตว์ หรือถั่วที่ให้โปรตีนอย่างเพียงพอ จะช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ไม่อ่อนแอหลุดร่วงง่าย

            วิตามินเอ วิตามินเอมีความสำคัญต่อกระบวนการเติบโตของผิวหนัง เพิ่มกระบวนการผลิตของคอลลาเจนและอีลัสตินทำให้ผิวดูเต่งตึงและชุ่มชื่น นอกจากนี้ยังมีผลต่อซีบัม ต่อมน้ำมันใต้ผิวหนังที่ผลิตน้ำมันให้ความชุ่มชื้น ช่วยลดริ้วรอยและผิวไม่หย่อนคล้อยก่อนอายุได้ ทั้งนี้คนที่ร่างกายขาดวิตามินเออาจทำให้เกิดสิวได้ง่ายกว่าปกติ แหล่งอาหารที่มีวิตามินเอ ได้แก่ ไข่ นม เนย ปลาแซลมอน บร็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง มะละกอ แคนตาลูบ มะเขือเทศและฟักทอง

            วิตามินบีรวม กลุ่มวิตามินบีมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวหนังและผมเป็นอย่างมาก เช่น วิตามินบี2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก วิตามินบี3 ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต วิตามินบี6 ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง วิตามินบี9 หรือFolic acid ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และวิตามินบี12 ช่วยในการแบ่งเซลล์ แหล่งอาหารที่มีวิตามินบีรวมมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ผักใบเขียว เช่น บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ผลไม้ในกลุ่มส้ม กล้วย แอปเปิล เป็นต้น

            วิตามินซี สำคัญต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายและผิวหนัง นอกจากนี้ยังเป็นตัวสำคัญในการสร้างคอลลาเจนด้วย แหล่งอาหารที่มีวิตามินซีมาก ได้แก่ ผักใบเขียว คะน้า ผักโขม และผลไม้กลุ่มส้ม และตระกูลมะทั้งหลาย เช่น มะขาม มะเฟือง มะละกอ

            วิตามินอี วิตามินอีมีอยู่ 2 กลุ่มคือ tocopherol และ tocotrienols ซึ่งตัวหลังเชื่อกันว่าสามารถช่วยเรื่อง anti-aging ช่วยให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื่น ลดการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมผิวหนัง แหล่งอาหารที่สำคัญ ได้แก่ อะโวคาโด ถั่ว ผักใบเขียวต่างๆ น้ำมันพืช น้ำมันปลา

            แคลเซียม เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟัน หากขาดแคลเซียมก็อาจทำให้กระดูก ฟัน และเล็บไม่แข็งแรง แหล่งอาหารที่ให้แคลเซียม ได้แก่ นม เต้าหู้ ผักใบเขียว เช่น บรอคโคลี คะน้า ใบยอ หรือพวกปลาที่กินได้ทั้งก้างอย่างปลาซาดีน ปลาซิว ปลาแก้ว ปลาข้าวสาร กุ้งฝอย หรือตำรับน้ำพริกของไทยๆ อย่างน้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาป่น แต่เมื่ออายุมากขึ้นความเสื่อมของมวลกระดูกจะเร็วกว่าการสะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ขาดการออกกำลังกาย ดังนั้นอาจจำเป็นต้องเสริมแคลเซียมเพิ่มเติมก็จะให้ประโยชน์ในระยะยาว และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน

            แร่ธาตุพวกทองแดง สังกะสีและซีลีเนียม จะทำงานร่วมกับวิตามินที่ต้านอนุมูลอิสระเพื่อกำจัดอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น ทองแดงมีบทบาทช่วยสร้างคอลลาเจน สังกะสีช่วยซ่อมแซมคอลลาเจนที่สึกหรอ ช่วยรักษาสิวและแผลให้หายเร็ว ทั้งนี้ร่างกายต้องการแร่ธาตุเหล่านี้ในปริมาณน้อย ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ครบและเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย แหล่งอาหารที่สำคัญของแร่ธาตุเหล่านี้ ได้แก่ ไข่ นม โยเกิร์ต เต้าหู้ ธัญพืชและถั่วต่างๆ

            โอเมก้า3 และ6
เป็นไขมันดีที่ช่วยกักเก็บน้ำในร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ เป็นการทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง อาหารที่รับประทานมีโอเมก้า3 และ6 ส่วนมากจะได้จากเนื้อปลาทะเลและปลาน้ำลึก เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ส่วนผักและผลไม้ ได้แก่ ฟักทอง วอลนัท ข้าวโพด ถั่วต่างๆ

            น้ำ
การขาดน้ำทำให้ผิวแห้งและไม่สดใส เซลล์ที่เสื่อมสภาพคั่งค้าง ดังนั้นหากดื่มน้ำเพียงพอจะทำให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่งและสดใส ปริมาณน้ำที่ควรดื่มอย่างน้อย ในหนึ่งวันคือ 8 แก้วหรือมากได้ถึงวันละ 2 ลิตรก็ยิ่งดี

Tips for Anti-Aging

หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 9.00-16.00 น. ที่มีความเข้มมากและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้าและริ้วรอยก่อนวัย คนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้สวมหมวกกางร่มหรือใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมผิวมิดชิด และอย่าลืมทายากันแดดทีมีค่า SPF 15 ขึ้นไปก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

หญิงก่อนเข้าสู่วัยทองหรือวัยทองแล้วจะมีผิวแห้งและแพ้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคือง ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือมีค่า pH ที่เป็นกรดหรือด่างมากไป และเว้นการขัดถูผิวด้วยฟองน้ำ การเข้าซาวนา และถ้าผิวแห้งตึงมากควรลดการใช้สบู่  หันไปใช้น้ำเปล่าธรรมดาก็เพียงพอ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ออยหรือกลีเซอรีน ที่สามารถกักความชุ่มชื้นให้ผิว
                        
วิธีที่จะได้รับสารอาหารครบในแต่ละวันคือการเลือกกินอาหารที่หลากหลาย แต่สำหรับชีวิตสาวทำงานอาจไม่ง่ายนัก ขอแนะนำว่าคุณอาจใช้เวลาเย็นหลังเลิกงานช้อปปิ้งอาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีให้เลือกมากมายในปัจจุบันเก็บไว้สำหรับวันรุ่งขึ้นได้  ที่สำคัญการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและการสูบฉีดโลหิตไปสู่เซลล์ทั่วร่างกายมีประสิทธิภาพ ผิวพรรณและความสดใสก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง


แหล่งข้อมูล และรูปประกอบ
Anti-Aging ผิว ผมและเล็บ, นิตยสาร HealthToday Thailand,

Hair, Skin & Nails,  Health & Beauty Theme, by Organic Themes,

What to eat for healthy hair, skin and nails

Vitamins Can Rescue Skin, Hair and Nails, redOrbit.com. , http://www.redorbit.com/news/health/1302529/vitamins_can_rescue_skin_hair_and_nails/

Nicole Adams , Natural Vitamins for Hair, Nails, and Skin, Jun 14, 2011 | , http://www.livestrong.com/article/259602-natural-vitamins-for-hair-nails-and-skin/#ixzz2C17Zvjwh

August McLaughlin
,THE BEST VITAMINS FOR HAIR, SKIN & NAILS
Jun 6, 2010,  http://www.livestrong.com/article/140709-the-best-vitamins-hair-skin-nails/?utm_source=undefined_R1&LS-2659


Beautiful: Skin, Hair & Nails, onesteptoweightloss.com,

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น